ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ • เปิดทุกวัน 08:00–20:00 น.
หน้าแรก › บทความ › วันห้ามเผาศพ วันไหนห้ามฌาป…

วันห้ามเผาศพ วันไหนห้ามฌาปนกิจ ถ้าจำเป็นต้องเผาทำอย่างไร

รวมวันต้องห้ามตามความเชื่อไทย เหตุผลของแต่ละวัน และวิธีเลือกวันฌาปนกิจกับทางวัด

5 มิถุนายน 256990

เมื่อครอบครัวเริ่มนัดวันฌาปนกิจกับทางวัด มักมีคำถามตามมาทันทีว่าเลือกวันไหนได้บ้าง เพราะความเชื่อไทยมีวันต้องห้ามที่ไม่นิยมประกอบพิธีเผาศพอยู่หลายวัน หากไม่ทราบล่วงหน้าอาจต้องปรับกำหนดการกะทันหันจนกระทบการแจ้งญาติและการส่งพวงหรีดของแขก บทความนี้รวบรวมว่าวันห้ามเผาศพมีวันไหนบ้าง เพราะเหตุใดจึงห้าม ภาคเหนือต่างจากภาคอื่นอย่างไร และควรทำอย่างไรหากกำหนดการเลี่ยงวันต้องห้ามไม่ได้จริง ๆ

ดอกไม้งานศพพรีเมียม จัดดอกไม้งานศพ ชุดใหญ่ประดับหน้าหีบ ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
ดอกไม้งานศพพรีเมียมจัดดอกไม้งานศพ ชุดใหญ่ประดับหน้าหีบ35,000 บ39,000 บสั่งผ่าน LINE
พรีเมียมองค์กร ดอกไม้หน้าเมรุ ประดับซุ้มเมรุงานฌาปนกิจ ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
พรีเมียมองค์กรดอกไม้หน้าเมรุ ประดับซุ้มเมรุงานฌาปนกิจ25,000 บ27,500 บสั่งผ่าน LINE
พรีเมียมองค์กร ดอกไม้หน้าเมรุ วัดสวัสดิ์วารีสีมาราม ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
พรีเมียมองค์กรดอกไม้หน้าเมรุ วัดสวัสดิ์วารีสีมาราม80,000 บ82,500 บสั่งผ่าน LINE
พรีเมียมองค์กร ดอกไม้หน้าเมรุ วัดราชประดิษ ส่งฟรีถึงวัดทั่วกรุงเทพฯ
พรีเมียมองค์กรดอกไม้หน้าเมรุ วัดราชประดิษ35,000 บ38,000 บสั่งผ่าน LINE

LINEสั่งผ่าน LINE ได้เลยโทร 082-919-9481

คำตอบโดยสรุป

วันห้ามเผาศพตามความเชื่อไทยที่เข้มงวดที่สุดคือวันศุกร์ รองลงมาคือวันพระ (ขึ้น/แรม 8 และ 15 ค่ำ) เพราะพระสงฆ์มีภารกิจสวดปาติโมกข์ และวันอังคารซึ่งถือเป็นวันแรงในหลายภาค ภาคเหนือตามความเชื่อล้านนาเพิ่มวันพุธและวันเก้ากองอีก 2 วัน หากจำเป็นต้องเผาวันต้องห้ามจริง ๆ มีวิธีแก้เคล็ดคือขุดหลุมสมมติแล้วให้พระขอบิณฑบาตอนุญาตนำศพไปเผาแทน

วันห้ามเผาศพ มีวันไหนบ้าง

วันที่ความเชื่อไทยถือว่าไม่ควรประกอบพิธีฌาปนกิจมีหลักอยู่สามวัน คือวันศุกร์ซึ่งห้ามเข้มงวดที่สุดทั่วประเทศ วันพระโดยเฉพาะวันขึ้นและแรม 8 ค่ำกับ 15 ค่ำ และวันอังคารซึ่งหลายภาคถือเป็นวันแรง ส่วนภาคเหนือตามความเชื่อล้านนายังเพิ่มวันพุธและวันเก้ากองเข้ามาอีกสองวัน

ตารางวันห้ามเผาศพตามความเชื่อไทย วันศุกร์ห้ามเข้มที่สุด วันพระเพราะพระสวดปาติโมกข์ วันอังคารถือวันแรง

ระดับความเข้มงวดของแต่ละวันไม่เท่ากัน วันศุกร์และวันพระเป็นข้อห้ามที่ยึดถือกันแทบทุกภาคและทุกวัด ส่วนวันอังคารและวันเฉพาะถิ่นอย่างวันเก้ากองอาจยืดหยุ่นได้มากกว่าในบางพื้นที่ ก่อนกำหนดวันฌาปนกิจ ครอบครัวจึงควรสอบถามทางวัดโดยตรงว่าวัดนั้นยึดถือข้อห้ามใดบ้าง เพราะบางวัดในกรุงเทพฯ อาจผ่อนปรนต่างจากธรรมเนียมดั้งเดิม

ทำไมห้ามเผาศพวันศุกร์

ความเชื่อเรื่องห้ามเผาศพวันศุกร์มีที่มาจากสองด้าน ด้านแรกคือชื่อวันศุกร์พ้องเสียงกับคำว่า "สุข" คนโบราณจึงถือว่าการประกอบพิธีที่เศร้าโศกในวันที่ชื่อสื่อถึงความสุขเป็นการกระทำไม่เป็นมงคล ด้านที่สองคือดาวศุกร์ในทางโหราศาสตร์ไทยเป็นดาวแห่งความรื่นเริงบันเทิง ซึ่งขัดกับบรรยากาศโศกเศร้าของพิธีศพโดยตรง จึงเกิดคำกล่าวโบราณว่า "เผาศุกร์ ให้ทุกข์คนเป็น" สื่อว่าจะนำความทุกข์มาสู่คนที่ยังอยู่

เหตุผลห้ามเผาศพวันศุกร์ ชื่อวันพ้องเสียงสุข และดาวศุกร์สื่อถึงความรื่นเริงขัดกับบรรยากาศงานศพ

ด้วยเหตุนี้วันศุกร์จึงเป็นวันที่ครอบครัวส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงมากที่สุดเมื่อวางกำหนดการฌาปนกิจ แม้บางครอบครัวยุคใหม่จะไม่ได้ยึดถือความเชื่อนี้อย่างเคร่งครัด แต่ก็มักเลือกเลี่ยงไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ญาติผู้ใหญ่หรือแขกที่มาร่วมงานรู้สึกไม่สบายใจ

วันพระ ทำไมงดฌาปนกิจ

วันพระโดยเฉพาะวันขึ้นและแรม 8 ค่ำกับ 15 ค่ำ เป็นวันที่พระสงฆ์ทั้งวัดต้องร่วมพิธีสวดปาติโมกข์ตามพระวินัย ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ที่สำคัญและใช้เวลาต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีพระว่างมาสวดบังสุกุลหน้าเมรุตามธรรมเนียมงานฌาปนกิจ วัดส่วนใหญ่จึงงดรับพิธีเผาศพในวันพระโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะความเชื่อเรื่องโชคลางเหมือนวันศุกร์

วันพระเกี่ยวกับพิธีฌาปนกิจอย่างไร พระสงฆ์สวดปาติโมกข์จึงไม่มีพระว่างสวดบังสุกุลหน้าเมรุ

เหตุผลเชิงปฏิบัตินี้ต่างจากวันศุกร์และวันอังคารที่มาจากความเชื่อโหราศาสตร์ล้วน ๆ ครอบครัวจึงควรตรวจปฏิทินจันทรคติหรือสอบถามทางวัดล่วงหน้าว่าวันที่ต้องการตรงกับวันพระหรือไม่ เพื่อวางกำหนดการให้สอดคล้องกับตารางกิจของสงฆ์ตั้งแต่ต้น

ภาคเหนือมีวันห้ามเผาศพเพิ่มจากภาคอื่นไหม

มี ตามความเชื่อล้านนาของภาคเหนือ นอกจากวันศุกร์และวันพระที่ยึดถือเหมือนภาคอื่นแล้ว ยังเพิ่มวันพุธและวันที่เรียกว่าวันเก้ากองเข้ามาเป็นวันต้องห้ามเฉพาะถิ่นอีกสองวัน ขณะที่ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ นอกจากวันศุกร์และวันพระแล้วมักถือวันอังคารเป็นวันแรงที่ควรเลี่ยงเพิ่มเติม

เปรียบเทียบวันห้ามเผาศพภาคกลาง-อีสาน-ใต้ กับภาคเหนือ ภาคเหนือเพิ่มวันพุธและวันเก้ากองตามความเชื่อล้านนา

ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าข้อห้ามเรื่องวันฌาปนกิจไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ แต่ผูกกับความเชื่อและธรรมเนียมท้องถิ่น ครอบครัวที่จัดงานในกรุงเทพฯ ควรยึดตามธรรมเนียมภาคกลางเป็นหลัก คือเลี่ยงวันศุกร์ วันพระ และวันอังคารเป็นสำคัญ ส่วนวันพุธหรือวันเก้ากองมักไม่ใช่ข้อกังวลหากไม่ได้มีรากเหง้าจากภาคเหนือโดยตรง

ถ้าจำเป็นต้องเผาวันต้องห้ามจริง ๆ ทำอย่างไร

หากกำหนดการบีบจนต้องเผาในวันศุกร์หรือวันอังคารจริง ๆ ความเชื่อไทยมีวิธีแก้เคล็ดที่ยึดถือกันมา คือนำศพไปถึงเมรุแล้วขุดหลุมสมมติเหมือนจะฝังศพแทนการเผา จากนั้นให้พระสงฆ์ 1 รูปกล่าวขอบิณฑบาตขออนุญาตนำศพไปเผาแทนการฝัง ผู้อาวุโสในพิธีจะกล่าวอนุญาตพร้อมคำสาธุ ถือเป็นการเปลี่ยนสถานะพิธีเชิงสัญลักษณ์ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจตามกำหนดเดิมได้

วิธีแก้เคล็ดเผาศพวันต้องห้าม ขุดหลุมสมมติ พระขอบิณฑบาตอนุญาต ผู้อาวุโสกล่าวสาธุ จึงประกอบพิธีได้

ส่วนกรณีวันพระซึ่งเป็นเรื่องตารางกิจของสงฆ์มากกว่าความเชื่อโชคลาง วิธีแก้ที่นิยมคือประสานกับทางวัดล่วงหน้าเพื่อขยับเวลาพิธีให้ไม่ตรงกับช่วงสวดปาติโมกข์ หรือเลือกวัดอื่นที่มีพระว่างเพียงพอ ทั้งนี้แต่ละวัดอาจมีแนวทางต่างกัน ครอบครัวควรปรึกษาเจ้าอาวาสหรือพระที่ดูแลพิธีโดยตรงก่อนตัดสินใจ

เลือกวันฌาปนกิจกับทางวัดอย่างไรไม่ให้ชนวันต้องห้าม

ขั้นตอนที่แนะนำคือติดต่อวัดทันทีที่ทราบวันที่ต้องการจัดงาน แจ้งจำนวนคืนสวดพระอภิธรรมที่ตั้งใจไว้ ให้ทางวัดช่วยตรวจสอบว่าวันฌาปนกิจที่จะตกลงกันตรงกับวันศุกร์ วันพระ หรือวันอังคารหรือไม่ หากตรง ทางวัดมักแนะนำเลื่อนไปอีกหนึ่งวันหรือปรับจำนวนคืนสวดให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการกำหนดจำนวนคืนสวดพระอภิธรรมและการจองศาลา อ่านรายละเอียดขั้นตอนจองสถานที่ได้ที่ จองศาลาวัด ต้องทำอย่างไร และดูจำนวนคืนสวดที่นิยมได้ที่ สวดอภิธรรมกี่คืน

เมื่อได้วันฌาปนกิจที่ชัดเจนแล้ว ควรแจ้งญาติและผู้ที่คาดว่าจะส่งพวงหรีดให้ทราบกำหนดการโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวและจัดส่งพวงหรีดได้ทันงานตั้งแต่คืนแรก

ทำไมงานศพนิยมสวดและเผาในคืน/วันคี่

นอกจากวันต้องห้ามแล้ว อีกความเชื่อหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดวันคือธรรมเนียมจัดงานสวดพระอภิธรรมเป็นจำนวนคืนคี่ เช่น 3 คืน 5 คืน หรือ 7 คืน ก่อนวันฌาปนกิจ ความเชื่อไทยถือว่าเลขคี่สื่อถึงความไม่ลงตัวหรือยังไม่สมบูรณ์ ต่างจากเลขคู่ที่มักใช้ในงานมงคลซึ่งสื่อถึงความครบถ้วนสมบูรณ์ งานศพซึ่งเป็นเรื่องของความสูญเสียจึงเลือกใช้เลขคี่แทน

ทำไมงานศพนิยมจัดคืนคี่ 3 5 หรือ 7 คืน เลขคี่สื่อถึงความไม่ลงตัว ต่างจากเลขคู่ที่ใช้ในงานมงคล

ในทางปฏิบัติ จำนวนคืนคี่ยังช่วยให้วันฌาปนกิจซึ่งนับต่อจากคืนสุดท้ายมีโอกาสหลีกเลี่ยงวันต้องห้ามได้ง่ายขึ้นเมื่อวางแผนล่วงหน้า เพราะครอบครัวสามารถเลือกวันเริ่มสวดที่ทำให้วันเผาตกในวันที่ไม่ต้องห้ามพอดี

วันห้ามเผาศพเกี่ยวอะไรกับการสั่งพวงหรีด

เมื่อทางวัดยืนยันวันฌาปนกิจที่แน่นอนแล้ว ครอบครัวและแขกที่จะร่วมงานควรวางแผนส่งพวงหรีดให้ทันตั้งแต่คืนแรกของการสวดพระอภิธรรม เพราะหากกำหนดการต้องเลื่อนกะทันหันจากการชนวันต้องห้าม การแจ้งวันใหม่ล่าช้าอาจทำให้พวงหรีดบางส่วนมาไม่ทันคืนแรก จึงควรยืนยันวันกับทางวัดให้ชัดเจนก่อนแจ้งกำหนดการไปยังผู้ที่จะส่งพวงหรีดทุกฝ่าย

Bangkok Wreath จัดส่งพวงหรีดดอกไม้สดและพวงหรีดพัดลมฟรีถึงศาลาทั่วกรุงเทพฯ ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังยืนยันออเดอร์ พร้อมรูปยืนยันก่อนส่งทุกครั้ง เพียงแจ้งชื่อวัด ศาลา และวันเวลาที่ทางวัดยืนยันแล้วกับทีมงาน ดูช่วงราคาทั้งหมดได้ที่ พวงหรีดราคา หากยังไม่แน่ใจขั้นตอนอื่นก่อนถึงวันเผาจริง อ่านความแตกต่างระหว่างวันเผาจริงกับกำหนดการที่ประกาศได้ที่ เผาจริง เผาหลอก ต่างกันอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

ความเชื่อเรื่องวันห้ามเผาศพยังคงยึดถือกันในหลายครอบครัวไทย แม้รูปแบบพิธีศพจะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ธรรมเนียมการเลือกวันมงคลหรือหลีกเลี่ยงวันไม่มงคลสำหรับพิธีกรรมสำคัญของชีวิตปรากฏในหลายวัฒนธรรมทั่วโลกเช่นกัน ผู้สนใจภาพรวมของวันสำคัญทางศาสนาที่ใกล้เคียงกับ "วันพระ" ในบริบทสากลอ่านเพิ่มได้จากUposathaบนวิกิพีเดีย ซึ่งอธิบายวันถือศีลของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่ใกล้เคียงกับเหตุผลที่วัดไทยงดพิธีฌาปนกิจในวันพระ

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะยึดถือความเชื่อเรื่องวันต้องห้ามมากน้อยเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารกับทางวัดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อให้กำหนดการสวดพระอภิธรรมและฌาปนกิจราบรื่น ไม่ต้องเลื่อนกะทันหันจนกระทบทั้งญาติและแขกที่ตั้งใจมาร่วมส่งพวงหรีดแสดงความอาลัย กลับไปดูภาพรวมบริการทั้งหมดได้ที่ หน้าแรก Bangkok Wreath พวงหรีด กรุงเทพ

ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Bangkok Wreath · จัดพวงหรีดส่งวัดในกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 งาน · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569

คำถามที่พบบ่อย

วันห้ามเผาศพมีวันไหนบ้าง

วันที่ยึดถือกันมากที่สุดคือวันศุกร์ รองลงมาคือวันพระ (ขึ้น/แรม 8, 15 ค่ำ) และวันอังคาร ส่วนภาคเหนือเพิ่มวันพุธและวันเก้ากองตามความเชื่อล้านนา

ทำไมห้ามเผาศพวันศุกร์

เพราะชื่อวันพ้องเสียงกับคำว่าสุข และดาวศุกร์สื่อถึงความรื่นเริง ขัดกับบรรยากาศโศกเศร้าของพิธี จึงมีคำกล่าวโบราณว่า เผาศุกร์ ให้ทุกข์คนเป็น

วันพระห้ามเผาศพเพราะอะไร

เพราะพระสงฆ์ทั้งวัดต้องร่วมสวดปาติโมกข์ตามพระวินัยในวันพระ (ขึ้น/แรม 8, 15 ค่ำ) ทำให้ไม่มีพระว่างมาสวดบังสุกุลหน้าเมรุ

ถ้าจำเป็นต้องเผาวันต้องห้ามทำอย่างไร

สำหรับวันศุกร์และวันอังคาร แก้เคล็ดด้วยการขุดหลุมสมมติแล้วให้พระขอบิณฑบาตอนุญาตนำศพไปเผาแทน ส่วนวันพระนิยมประสานวัดขยับเวลาให้ไม่ตรงกับพิธีสวด

ภาคเหนือมีวันห้ามเผาศพเพิ่มจากภาคอื่นไหม

มี นอกจากวันศุกร์และวันพระแล้ว ความเชื่อล้านนาภาคเหนือเพิ่มวันพุธและวันเก้ากองเป็นวันต้องห้ามเฉพาะถิ่นอีกสองวัน

ควรเช็ควันฌาปนกิจกับใคร

ควรสอบถามทางวัดหรือเจ้าอาวาสโดยตรง เพราะแต่ละวัดอาจยึดถือข้อห้ามต่างกัน และวัดจะช่วยตรวจสอบวันให้ไม่ชนวันต้องห้ามตั้งแต่ต้น

โทรเลย LINEสั่งผ่าน LINE