คนส่วนใหญ่ได้ยินคำว่ารดน้ำศพครั้งแรกตอนที่ได้รับข้อความแจ้งข่าวว่า จะมีพิธีรดน้ำศพเวลาสี่โมงเย็นที่ศาลาวัด แล้วจึงเริ่มสงสัยว่าต้องไปกี่โมง ไปแล้วต้องทำอะไร ต้องเตรียมน้ำไปเองหรือไม่ และถ้าไปไม่ทันช่วงนั้นจะเสียมารยาทหรือเปล่า ส่วนฝั่งครอบครัวที่เพิ่งสูญเสียก็ต้องตัดสินใจหลายเรื่องพร้อมกันภายในไม่กี่ชั่วโมง บทความนี้อธิบายพิธีรดน้ำศพตั้งแต่ความหมาย เวลาที่ใช้จริงในกรุงเทพฯ ขั้นตอนสำหรับผู้ไปร่วมงาน สิ่งที่เจ้าภาพต้องเตรียม ไปจนถึงคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดว่าควรส่งพวงหรีดในวันรดน้ำศพหรือรอวันสวดพระอภิธรรม




สั่งผ่าน LINE ได้เลยโทร 082-919-9481
พิธีรดน้ำศพคือพิธีแรกของงานศพไทย จัดในวันที่เสียชีวิตหรือวันถัดมา ก่อนบรรจุศพลงโลง ผู้ไปร่วมงานจะรดน้ำอบลงบนฝ่ามือขวาของผู้วายชนม์พร้อมกล่าวคำอโหสิกรรมในใจ ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่นัดช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นราว 16.00 ถึง 17.00 น. ใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง แล้วต่อด้วยพิธีบรรจุศพและตั้งสวดพระอภิธรรมคืนแรกในเย็นวันเดียวกัน ผู้ไปร่วมงานไม่ต้องเตรียมน้ำหรืออุปกรณ์ใด เจ้าภาพและทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ทั้งหมด
พิธีรดน้ำศพคืออะไร และทำไมต้องทำในวันแรก
รดน้ำศพเป็นพิธีเปิดของงานศพไทยที่จัดขึ้นก่อนนำร่างของผู้วายชนม์บรรจุลงโลง ความหมายของพิธีคือการขออโหสิกรรมต่อกันเป็นครั้งสุดท้าย ผู้ที่มารดน้ำจะระลึกถึงความสัมพันธ์ที่มีร่วมกันแล้วปล่อยวางความขุ่นข้องหมองใจที่อาจเคยมี ธรรมเนียมนี้ผูกกับความเชื่อว่าการจากไปควรจบลงด้วยการให้อภัยและความปรารถนาดี ไม่ใช่ความค้างคาใจ น้ำที่ใช้จึงเป็นน้ำอบไทยหรือน้ำหอมอ่อน ๆ ที่สื่อถึงความสะอาดและความสงบ ไม่ใช่พิธีชำระร่างกายจริงซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ทำก่อนหน้า
เหตุที่พิธีนี้ต้องทำในวันแรกหรืออย่างช้าวันถัดมา เพราะต้องทำก่อนบรรจุศพลงโลงเท่านั้น เมื่อปิดโลงแล้วจะไม่มีการเปิดเพื่อรดน้ำอีก ครอบครัวจึงต้องรีบตัดสินใจเรื่องวัด ศาลา และเวลานัดภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก แล้วแจ้งข่าวให้ญาติและเพื่อนสนิททราบทันที ผู้ที่ได้รับข่าวช้ากว่านั้นยังไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมในคืนต่อ ๆ ไปได้ตามปกติ ภาพรวมของลำดับพิธีศพไทยทั้งหมดอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความFunerals in Thailandบนวิกิพีเดีย
พิธีรดน้ำศพเริ่มกี่โมง และไปสายได้ไหม
ในกรุงเทพฯ เวลานัดที่พบบ่อยที่สุดคือช่วง 16.00 ถึง 17.00 น. เหตุผลเป็นเรื่องปฏิบัติล้วน ๆ คือเป็นเวลาที่คนทำงานพอจะเลิกงานมาร่วมได้ และยังเหลือเวลาให้ทำพิธีบรรจุศพต่อก่อนที่พระจะเริ่มสวดพระอภิธรรมราวหนึ่งทุ่ม บางครอบครัวที่มีญาติเดินทางมาจากต่างจังหวัดอาจเลื่อนเป็นช่วงสาย หรือขยับไปเป็นวันถัดไปเพื่อรอให้ครบคน สิ่งที่ควรทำคืออ่านข้อความแจ้งข่าวให้ละเอียด เพราะเจ้าภาพมักระบุทั้งเวลาเริ่มรดน้ำและเวลาสวดคืนแรกไว้ในข้อความเดียวกัน
ควรไปถึงก่อนเวลานัดประมาณสิบถึงสิบห้านาที เพราะพิธีจริงใช้เวลาไม่นาน หากไปช้ากว่าครึ่งชั่วโมงอาจพบว่าแขกส่วนใหญ่รดน้ำเสร็จแล้วและเจ้าภาพกำลังเตรียมบรรจุศพ กรณีที่ไปไม่ทันจริง ๆ ไม่ถือเป็นการเสียมารยาท ให้เข้าไปทักเจ้าภาพ แสดงความเสียใจ แล้วอยู่ร่วมพิธีสวดในคืนนั้นแทน หากติดงานจนมาไม่ได้เลยในวันแรก การมาร่วมสวดพระอภิธรรมคืนใดคืนหนึ่งก็ถือว่าให้เกียรติครบถ้วนแล้ว
| ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่เกิดขึ้น | ผู้เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|
| เช้าถึงเที่ยง | ติดต่อวัด จองศาลา และเคลื่อนย้ายร่างจากโรงพยาบาล | ครอบครัวและเจ้าภาพ |
| บ่าย | อาบน้ำศพ แต่งตัว จัดแท่นตั้งศพและดอกไม้ประดับ | ครอบครัวและเจ้าหน้าที่วัด |
| 16.00 ถึง 17.00 น. | พิธีรดน้ำศพ แขกทยอยมารดน้ำตามลำดับอาวุโส | ญาติ เพื่อน และผู้เคารพนับถือ |
| ราว 17.30 น. | พิธีบรรจุศพลงโลงและตั้งหน้าศาลา | ครอบครัวและเจ้าหน้าที่วัด |
| ราว 19.00 น. | สวดพระอภิธรรมคืนแรก พวงหรีดควรถึงก่อนเวลานี้ | พระสงฆ์ เจ้าภาพ และแขก |
ตารางนี้เป็นลำดับที่พบบ่อยของวัดในกรุงเทพฯ แต่ละวัดอาจต่างกันได้ตามคิวศาลาและความสะดวกของครอบครัว หากยังไม่ได้ติดต่อวัด อ่านขั้นตอนการติดต่อและเอกสารที่ต้องใช้ได้ที่ จองศาลาวัดจัดงานศพในกรุงเทพฯ
รดน้ำศพทำอย่างไร ทีละขั้นสำหรับผู้ไปร่วมงาน
เมื่อไปถึงศาลา สิ่งแรกที่ควรทำคือทักทายเจ้าภาพและลงชื่อในสมุดไว้อาลัยหากมีโต๊ะรับแขกตั้งอยู่ จากนั้นรอสังเกตว่าพิธีเริ่มแล้วหรือยัง โดยทั่วไปครอบครัวและญาติสายตรงจะรดน้ำก่อน แล้วจึงเชิญแขกทั่วไป ลำดับที่ยึดกันคือผู้อาวุโสน้อยกว่ารดก่อนและผู้อาวุโสสูงสุดในที่นั้นรดเป็นคนสุดท้าย ซึ่งมักเป็นพระเถระ ผู้ใหญ่ที่เคารพ หรือหัวหน้าครอบครัว หากไม่แน่ใจว่าควรเข้าแถวตอนไหน ให้รอสัญญาณจากผู้ดำเนินพิธีหรือเดินตามแขกคนอื่น
ขั้นตอนการรดน้ำเองใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เมื่อถึงคิว ให้ทำความเคารพศพด้วยการยกมือไหว้หรือคำนับที่หน้าแท่นตั้งศพ รับภาชนะเล็กที่เจ้าหน้าที่ตักน้ำอบส่งให้ แล้วรดเบา ๆ ลงบนฝ่ามือขวาของผู้วายชนม์ซึ่งจัดวางยื่นออกมาบนพาน จากนั้นวางภาชนะคืน ไหว้อีกครั้ง แล้วถอยออกให้คนถัดไป ผู้ไปร่วมงานไม่ต้องเตรียมน้ำอบ ดอกไม้ หรืออุปกรณ์ใดไปเอง เพราะเจ้าภาพจัดเตรียมไว้ครบแล้ว
รดน้ำศพควรกล่าวหรืออธิษฐานว่าอย่างไร
คำที่กล่าวขณะรดน้ำเป็นการกล่าวในใจ ไม่ต้องพูดออกเสียง และไม่มีบทที่บังคับตายตัว ใจความที่นิยมมีสองส่วน ส่วนแรกคือการขอและให้อโหสิกรรม เช่น หากเคยล่วงเกินกันด้วยกาย วาจา หรือใจ ขออโหสิกรรมต่อกัน ส่วนที่สองคือคำอวยพรส่งท้าย เช่น ขอให้ไปสู่สุคติ ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นเปลี่ยนเป็นถ้อยคำตามความเชื่อของตนได้ หรือใช้คำกลางอย่างขอให้หลับให้สบายก็เหมาะสมเช่นกัน
สิ่งที่ควรระวังคืออย่าใช้เวลานานเกินไปในคิวของตัวเอง เพราะแขกที่เหลือรออยู่ด้านหลังและพิธีต้องจบทันเวลาบรรจุศพ หากมีเรื่องที่อยากบอกผู้จากไปยาวกว่านั้น ค่อยกล่าวในใจอีกครั้งตอนนั่งฟังสวดในคืนนั้นได้ ส่วนคำพูดที่ใช้กับครอบครัวผู้วายชนม์เป็นคนละเรื่องกันและควรเลือกให้เหมาะ ดูโครงประโยคและตัวอย่างได้ที่ คำแสดงความเสียใจ พูดและพิมพ์อย่างไรให้เหมาะสม
เจ้าภาพต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับพิธีรดน้ำศพ
ฝั่งเจ้าภาพมีของที่ต้องเตรียมไม่มากนัก เพราะวัดส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีชุดอุปกรณ์พื้นฐานให้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการถามให้ชัดตั้งแต่วันติดต่อวัดว่ารายการใดรวมอยู่ในค่าศาลาและรายการใดต้องจัดหาเอง โดยทั่วไปวัดจะจัดแท่นตั้งศพ ผ้าคลุม ขันน้ำพานรอง และเจ้าหน้าที่ประจำศาลาให้ ส่วนที่ครอบครัวมักต้องเตรียมเองคือน้ำอบไทย รูปผู้วายชนม์ใส่กรอบ ดอกไม้ประดับแท่น และคนคอยต้อนรับแขกที่ทยอยมาถึง
อีกเรื่องที่มักถูกลืมคือการจัดคนรับพวงหรีด เพราะพวงหรีดจากเพื่อน ญาติ และที่ทำงานจะเริ่มทยอยส่งเข้ามาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันแรก หากไม่มีคนคอยดูแล พวงหรีดอาจถูกวางกระจัดกระจายหรือบังทางเดินเข้าศาลา ทางที่ดีควรมอบหมายญาติหนึ่งถึงสองคนให้คอยรับ จัดวางเรียงตามลำดับที่มาถึง และเก็บชื่อผู้ส่งไว้สำหรับการขอบคุณภายหลัง
| รายการ | ปกติใครจัดเตรียม | ข้อควรถามหรือระวัง |
|---|---|---|
| แท่นตั้งศพและผ้าคลุม | ทางวัด | ถามว่ารวมในค่าศาลาแล้วหรือคิดแยก |
| ขันน้ำพานรองและภาชนะตักน้ำ | ทางวัด | ตรวจจำนวนให้พอกับแขกที่คาดว่าจะมา |
| น้ำอบไทยและน้ำหอม | ครอบครัว | เตรียมเผื่อ ใช้ผสมน้ำสะอาดในโถใหญ่ |
| รูปผู้วายชนม์ใส่กรอบ | ครอบครัว | เลือกรูปหน้าตรงชัดเจน ขนาด 8 ถึง 12 นิ้ว |
| ดอกไม้ประดับแท่นและหน้าศพ | ครอบครัวหรือร้านดอกไม้ | สั่งล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งวันในวันเร่งด่วน |
| ผู้รับพวงหรีดและสมุดไว้อาลัย | ครอบครัว | มอบหมายคนให้ชัดก่อนแขกเริ่มมาถึง |
หากต้องการจัดดอกไม้ประดับแท่นตั้งศพในวันเดียวกับพิธี ทีมงานรับจัดและส่งถึงศาลาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ดูรูปแบบและช่วงราคาได้ที่ ดอกไม้หน้าศพ
ไปงานรดน้ำศพแต่งตัวอย่างไร และต้องนำอะไรไปบ้าง
การแต่งกายใช้หลักเดียวกับงานสวดพระอภิธรรม คือชุดสุภาพโทนดำ ขาว เทา หรือน้ำเงินเข้ม เนื้อผ้าเรียบ ไม่มีลวดลายฉูดฉาด ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวได้โดยไม่จำเป็นต้องใส่สูท ผู้หญิงใส่กระโปรงหรือกางเกงขายาวก็ได้ ข้อแตกต่างเล็กน้อยของพิธีรดน้ำคือคุณจะต้องเดินขึ้นไปหน้าแท่นและยื่นมือรดน้ำ จึงควรเลือกรองเท้าที่ถอดใส่สะดวก เพราะบางศาลาต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้น
สิ่งที่ควรนำไปมีเพียงซองร่วมทำบุญหากตั้งใจจะร่วม และของใช้ส่วนตัวเท่านั้น ไม่ต้องเตรียมน้ำอบ ดอกไม้ หรือธูปเทียนไปเอง หากไม่แน่ใจว่าควรใส่ซองเท่าไรและเขียนหน้าซองอย่างไร อ่านแนวทางได้ที่ ซองงานศพใส่เท่าไหร่ ส่วนรายละเอียดเรื่องชุดแยกตามบทบาทและช่วงพิธี ดูได้ที่ ไปงานศพใส่ชุดอะไร
ส่งพวงหรีดในวันรดน้ำศพได้ไหม ควรให้ถึงตอนไหน
ส่งได้ และเป็นวันที่พวงหรีดเริ่มทยอยมาถึงมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่ข่าวเพิ่งกระจายออกไป เพื่อนและที่ทำงานจึงรีบสั่งกันในช่วงบ่าย จังหวะที่เหมาะที่สุดคือให้พวงหรีดถึงศาลาก่อนพิธีสวดพระอภิธรรมคืนแรกเริ่ม หรือราวก่อนหนึ่งทุ่ม เพราะเป็นเวลาที่แขกส่วนใหญ่มาถึงและพวงหรีดจะถูกจัดวางเรียงหน้าศาลาให้เห็นชื่อผู้ส่งครบตั้งแต่ต้นงาน
หากส่งได้ทันช่วงพิธีรดน้ำเลยก็ยิ่งดี แต่ไม่ต้องเร่งจนต้องเลือกแบบที่ไม่ถูกใจ เพราะพวงหรีดตั้งอยู่หน้าศาลาตลอดทุกคืนที่มีการสวด ไม่ได้เห็นเฉพาะช่วงพิธีรดน้ำเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าความเร็วคือความถูกต้องของข้อมูล ทั้งชื่อวัด ชื่อศาลา และชื่อผู้ส่งบนป้าย เพราะวัดใหญ่ในกรุงเทพฯ มักมีหลายศาลาและจัดงานพร้อมกันหลายงานในคืนเดียว
ทีมงานจัดพวงหรีดสดใหม่และส่งถึงศาลาทั่วกรุงเทพฯ ภายใน 2 ถึง 3 ชั่วโมง พร้อมส่งรูปจริงให้ยืนยันก่อนออกจากร้านและถ่ายรูปตอนวางหน้างานกลับให้ ดูแบบและช่วงราคาได้ที่ พวงหรีดดอกไม้สด และ หน้าราคาพวงหรีด หากยังไม่แน่ใจว่าจะเขียนอะไรบนป้าย ดูตัวอย่างถ้อยคำตามความสัมพันธ์ได้ที่ ข้อความบนป้ายพวงหรีด
รดน้ำศพกับอาบน้ำศพต่างกันอย่างไร
สองคำนี้ถูกใช้ปนกันบ่อยจนหลายคนคิดว่าเป็นพิธีเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วแยกหน้าที่กันชัดเจน อาบน้ำศพคือการชำระร่างกายของผู้วายชนม์จริง ทำโดยลูกหลานสายตรงหรือเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญ รวมถึงการแต่งตัว หวีผม และจัดร่างให้เรียบร้อยก่อนตั้งบนแท่น เป็นพิธีในวงจำกัดของครอบครัวและไม่ได้เชิญแขกทั่วไปมาร่วม ส่วนรดน้ำศพคือพิธีเชิงสัญลักษณ์ที่เปิดให้ญาติมิตรและผู้เคารพนับถือมาร่วมขออโหสิกรรม
ทั้งสองพิธีมักทำต่อเนื่องกันในวันเดียว โดยอาบน้ำศพทำก่อนในช่วงบ่ายที่โรงพยาบาลหรือที่ศาลาวัด แล้วจึงเปิดให้แขกรดน้ำในเวลานัด ดังนั้นเมื่อได้รับข้อความเชิญว่ามีพิธีรดน้ำศพเวลาสี่โมงเย็น หมายถึงพิธีส่วนที่เปิดให้คนภายนอกมาร่วม ไม่ต้องกังวลว่าจะไปเร็วเกินไปจนรบกวนขั้นตอนส่วนตัวของครอบครัว
หลังพิธีรดน้ำศพต่อด้วยอะไร
เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดรดน้ำเป็นคนสุดท้าย พิธีถือว่าจบ ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเชิญร่างลงโลงและตั้งไว้หน้าศาลาพร้อมรูปผู้วายชนม์ ดอกไม้ประดับ และพวงหรีดที่ส่งมาถึงแล้ว ขั้นตอนนี้บางครอบครัวเปิดให้เฉพาะญาติใกล้ชิดอยู่ร่วม จึงเป็นมารยาทที่ดีหากแขกทั่วไปจะเว้นระยะให้ครอบครัวได้อยู่กันเองสักครู่ หลังจากนั้นจะเว้นช่วงพักให้แขกรับประทานอาหารว่างที่เจ้าภาพจัดไว้ ก่อนเริ่มสวดพระอภิธรรมคืนแรกราวหนึ่งทุ่ม
สำหรับผู้ที่มาร่วมพิธีรดน้ำแล้ว การอยู่ต่อจนจบการสวดคืนแรกถือเป็นการให้เกียรติมาก แต่ถ้าติดภารกิจก็กลับได้โดยกล่าวลาเจ้าภาพอย่างสุภาพ ส่วนจำนวนคืนที่จะสวดต่อและการกำหนดวันฌาปนกิจเป็นเรื่องที่ครอบครัวตัดสินใจตามความพร้อม อ่านแนวทางเลือกจำนวนคืนได้ที่ สวดอภิธรรมกี่คืน และมารยาทโดยรวมสำหรับผู้ไปร่วมงานที่ มารยาทและวิธีส่งพวงหรีดงานศพ
ถ้าไม่มีพิธีรดน้ำศพ หรือรดน้ำไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
ไม่ใช่ทุกงานที่จะมีพิธีรดน้ำศพ กรณีที่พบบ่อยคือผู้วายชนม์เสียชีวิตด้วยเหตุที่ต้องผ่าชันสูตร ทำให้ต้องรอผลและเวลาไม่เอื้อ หรือร่างอยู่ในสภาพที่ครอบครัวเห็นว่าไม่ควรเปิดให้รดน้ำ บางครอบครัวเลือกทำพิธีเฉพาะในวงญาติสายตรงแล้วบรรจุโลงทันที และบางรายผู้วายชนม์แสดงเจตนาบริจาคร่างกายให้โรงเรียนแพทย์ไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะมีขั้นตอนรับร่างของสถาบันเข้ามาแทน
หากได้รับแจ้งว่าไม่มีพิธีรดน้ำ ให้เคารพการตัดสินใจของครอบครัวและไม่ต้องสอบถามเหตุผล ผู้ที่ต้องการแสดงความอาลัยยังทำได้ตามปกติด้วยการไปร่วมสวดพระอภิธรรม ส่งพวงหรีดไปตั้งที่ศาลา หรือส่งข้อความแสดงความเสียใจถึงเจ้าภาพ กรณีของผู้ที่มีสิทธิได้รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพตามหลักเกณฑ์ ครอบครัวจะต้องติดต่อขอพระราชทานตามขั้นตอนของทางราชการก่อน แล้วจึงกำหนดเวลารดน้ำของญาติมิตรให้สอดคล้องกับหมายกำหนดที่ได้รับ
ข้อควรระวังที่คนมักพลาดในพิธีรดน้ำศพ
ข้อแรกคือการถ่ายรูปในพิธี แม้ตั้งใจจะเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก แต่การถ่ายร่างผู้วายชนม์หรือถ่ายขณะแขกรดน้ำเป็นเรื่องที่ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่สบายใจ หากจำเป็นต้องบันทึกภาพงาน ควรขออนุญาตเจ้าภาพก่อนและถ่ายเฉพาะบรรยากาศรวม ข้อสองคือการพาเด็กเล็กเข้าไปในพิธีโดยไม่ได้เตรียมอธิบายล่วงหน้า ซึ่งอาจทำให้เด็กตกใจและรบกวนพิธี ทางที่ดีควรอธิบายให้เข้าใจก่อนหรือให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งดูแลอยู่ด้านนอก
ข้อสามคือการส่งพวงหรีดผิดศาลา ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในวันแรกที่ข้อมูลยังสับสน เพราะผู้ส่งมักได้ข่าวต่อกันมาหลายทอด ก่อนสั่งควรยืนยันชื่อวัด ชื่อศาลา และชื่อเจ้าภาพหรือผู้วายชนม์กับคนใกล้ชิดอีกครั้ง หากไม่ทราบชื่อศาลา แจ้งชื่อผู้วายชนม์มาให้ทีมงานตรวจสอบกับทางวัดได้ ดูขั้นตอนการสั่งและข้อมูลที่ต้องเตรียมได้ที่ วิธีสั่งพวงหรีด หรือดูรายชื่อวัดที่จัดส่งบ่อยได้ที่ พวงหรีดตามวัดในกรุงเทพฯ
ข้อสุดท้ายคือการรีบกลับทันทีหลังรดน้ำเสร็จโดยไม่ได้ทักเจ้าภาพ หลายคนเกรงใจจึงเลี่ยงการเข้าไปพูดคุย แต่ในมุมของครอบครัว การได้เห็นหน้าและได้ยินคำแสดงความเสียใจสั้น ๆ มีความหมายมากกว่าที่คิด ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก่อนกลับก็เพียงพอแล้ว
ตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Bangkok Wreath · จัดพวงหรีดส่งวัดในกรุงเทพฯ มากกว่า 1,000 งาน · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย
พิธีรดน้ำศพเริ่มกี่โมง
วัดในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่นัดพิธีรดน้ำศพช่วง 16.00 ถึง 17.00 น. เพราะเป็นเวลาที่คนทำงานมาร่วมได้ และยังเหลือเวลาให้บรรจุศพก่อนพระเริ่มสวดพระอภิธรรมราวหนึ่งทุ่ม ควรไปถึงก่อนเวลานัดสิบถึงสิบห้านาที เพราะพิธีจริงใช้เวลาไม่นาน
ไปรดน้ำศพต้องเตรียมอะไรไปเองไหม
ไม่ต้องเตรียมน้ำอบ ดอกไม้ หรือธูปเทียนไปเอง เจ้าภาพและทางวัดจัดเตรียมขันน้ำพานรองและน้ำอบไว้ให้ครบแล้ว สิ่งที่ควรนำไปมีเพียงซองร่วมทำบุญหากตั้งใจจะร่วม และแต่งกายสุภาพโทนดำ ขาว เทา หรือน้ำเงินเข้ม
รดน้ำศพรดตรงไหน และกล่าวว่าอย่างไร
รดน้ำอบเบา ๆ ลงบนฝ่ามือขวาของผู้วายชนม์ที่จัดวางยื่นออกมาบนพาน ก่อนรดให้ไหว้ทำความเคารพ และกล่าวในใจเพื่อขออโหสิกรรมต่อกัน ปิดท้ายด้วยคำอวยพรอย่างขอให้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องพูดออกเสียงและไม่มีบทที่บังคับ
ส่งพวงหรีดวันรดน้ำศพได้ไหม
ได้ วันแรกเป็นวันที่พวงหรีดทยอยมาถึงมากที่สุด จังหวะที่เหมาะคือให้ถึงศาลาก่อนพิธีสวดพระอภิธรรมคืนแรกราวหนึ่งทุ่ม เพราะพวงหรีดจะถูกจัดเรียงหน้าศาลาให้แขกเห็นชื่อผู้ส่งตั้งแต่ต้นงานและตั้งอยู่ตลอดทุกคืนที่มีการสวด
รดน้ำศพกับอาบน้ำศพต่างกันอย่างไร
อาบน้ำศพคือการชำระร่างกายและแต่งตัวให้ผู้วายชนม์จริง ทำโดยลูกหลานสายตรงหรือเจ้าหน้าที่ในวงจำกัด ส่วนรดน้ำศพเป็นพิธีเชิงสัญลักษณ์ที่เปิดให้ญาติมิตรมารดน้ำอบขออโหสิกรรม ทั้งสองพิธีมักทำต่อเนื่องกันในวันเดียว
มาไม่ทันพิธีรดน้ำศพ ควรทำอย่างไร
ไม่ถือว่าเสียมารยาท ให้เข้าไปทักเจ้าภาพและแสดงความเสียใจ แล้วอยู่ร่วมสวดพระอภิธรรมในคืนนั้นแทน หากมาไม่ได้เลยในวันแรก การมาร่วมสวดคืนใดคืนหนึ่งหรือส่งพวงหรีดไปตั้งที่ศาลาพร้อมชื่อผู้ส่งก็ถือว่าให้เกียรติครบถ้วน